ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ iPhones-BB.myreadyweb.com จำหน่ายเคส iPhone, iPod, iPad, BB, Galaxy และรุ่นอื่นๆ สินค้าคุณภาพระดับPremium ในราคาถูกกว่าที่อื่น [UPDATE 7/2/55]  

ยินดีต้อนรับ
ทุกท่านครับ
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
สินค้าแนะนำ
โพล
  • คุณรู้จักเว็บไซต์นี้ได้อย่างไร ?
    จากกระทู้เว็บอื่น
    เพื่อนแนะนำ
    Google
กรอกEmailเพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่น
Like Us On Facebook
สถิติ
เปิดเมื่อ26/01/2012
อัพเดท12/02/2012
ผู้เข้าชม8142
แสดงหน้า12130
รีวิว : Samsung Galaxy Tab 10.1
แบ่งปันให้เพื่อน เมื่อ 1/02/2012 อ่าน 45 | ตอบ 0
 

:: Review: Samsung Galaxy Tab 10.1 บางกว่า, เบากว่า, เร็วกว่า ใครว่ามีแต่ใน iPad 2! ::

Introduction

แทบเลตบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากบรรดาผู้บริโภคในท้องตลาดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากพิจารณาจากยอดขายของแทบเลตแอนดรอยด์ภายในงานมหกรรมสินค้าไอทีต่างๆที่มีจัดขึ้นในบ้านเราอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็พอจะทำให้เห็นแนวโน้มได้ว่าผู้บริโภคกำลังจะหันมาใช้งานแทบเลตมากขึ้นเสียยิ่งกว่าโน้ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค (ที่เหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว) เสียอีก

ซึ่งรูปแบบในการใช้งานหลักๆของแทบเลตนั้นจากเดิมที่ใครหลายคนค่อนขอดเอาไว้ว่าเป็นเพียงของเล่นคนรวยที่มีไว้แค่ฆ่าเวลาด้วยการดูหนังหรือเล่นเกมส์ขำๆ ก็ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดไปสู่ความสามารถในการรองรับการทำงานเอกสารที่มีความซับซ้อนมากขึ้น, การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งความบันเทิงแบบเต็มขีดขั้นไม่ต่างจากการรับชมผ่านจอทีวีหรือผ่านเครื่องเล่นเกมส์พกพาของคุณเลย

โดยในเวลานี้นั้นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สำหรับแทบเลตได้เดินทางมาถึงเวอร์ชัน Android 3.0 Honeycomb (ปัจจุบันมีเวอร์ชันอัพเดต Android 3.1 ออกมาแล้วอีกต่างหาก) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทแทบเลตโดยเฉพาะ ต่างจากเวอร์ชันก่อนๆที่เป็นการนำ OS ของมือถือมาใช้งานบนแทบเลตซึ่งยังคงมีความลักลั่นและข้อบกพร่องในบางจุดปรากฏให้เห็นอยู่

สำหรับในส่วนของประเทศไทยของเรานั้นแทบเลต Android 3.0 Honeycomb กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดในบ้านเราตลอดทั้งปีนี้อย่างแน่นอน โดยมีหลายค่ายที่เริ่มจะหันมาจับตลาดแทบเลตแอนดรอยด์ 3.0 และผลักดันสินค้าของตัวเองออกมาสู่ท้องตลาดให้เห็นกันบ้างแล้วอย่างเช่น Acer Iconia Tab A500 ของบริษัท Acer ที่ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในงาน Commart CEmart 2011 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป

อย่างไรก็ตามหากพูดถึงค่ายแทบเลตแอนดรอยด์ในบ้านเราแล้ว หมายเลขหนึ่งตลอดกาลยังไงก็ไม่มีทางหนีพ้นชื่อของSamsung ไปได้แน่นอนด้วยฐานลูกค้าและสาวกแอนดรอยด์จำนวนมากที่พวกเขากวาดต้อนมาเข้าสังกัดได้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่Samsung Galaxy Tab รุ่น 7 นิ้วออกวางตลาดแข่งกับ iPad ในเวลานั้นและก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีไม่แพ้กันด้วยขนาดอันสะดวกต่อการพกพา (ของสาวๆ) และความเป็นแพลตฟอร์มอันเปิดกว้างพร้อมให้ (หนุ่มๆ) ได้ล้วงแคะแกะเกาปรับเปลี่ยนออปชั่นต่างๆได้ตลอดเวลานั่นเอง

ซึ่งในวันนี้ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่ทีมงาน TechXcite ของเราได้รับการอนุเคราะห์จากบริษัท Samsung (ประเทศไทย) ที่ได้ส่งแทบเลตบนระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb ตัวใหม่ล่าสุดของพวกเขาอย่าง Samsung Galaxy Tab 10.1 ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวไปพร้อมๆกับสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ Samsung Galaxy S II ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้กับทางทีมงานของเราได้นำมาทดสอบกันก่อนใคร

เอาเป็นว่าเรามาลองติดตามกันดูดีกว่าครับว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นจะควรค่ากับตำแหน่งคู่ปรับที่สมศักดิ์ศรีกับiPad 2 ของทาง Apple กันมากน้อยเพียงใดกันแน่!

Quick Spec - Samsung Galaxy Tab 10.1

ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ 10.1

 

เครือข่าย

  • HSDPA 21Mbps  900/1900/2100
  • EDGE/GPRS 850/900/1800/1900

ระบบปฏิบัติการ

  • แอนดรอยด์ 3.1 ฮันนีคอมบ์

จอแสดงผล

  • หน้าจอ WXGA TFT 1280X800 ขนาด 10.1 นิ้ว

กล้องถ่ายภาพ

  • กล้องด้านหลังความละเอียด 3 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส และ แฟลช
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

วิดีโอ

  • WMV9, WMV7, WMV8
  • H.264, MPEG4, H.263, VP8 

ระบบเสียง

  • รองรับไฟล์เพลงได้หลากลาย MP3, AAC, AAC+, eAAC+, WMA, RA

ข้อมูลฟังก์ชันอื่นๆ

  • Social Hub (Integrated PB & Messaging) & Readers Hub, Live Panel
  • Google Maps (Tum-by-turn Navi)
  • GMS / Google Applications / Android Ecosystem
  • Honeycomb UI / Android Browser
  • Samsung KIES
 
 
 
 

การเชื่อมต่อ

  • BT 2.1, Wi-Fi(802.11 a/b/g/n), A-GPS 

หน่วยความจำ

  • หน่วยความจำภายใน 16GB และสามารถอ่าน MicroSD ได้ผ่านทาง MicroSD connector (แยกขายต่างหาก) 

ขนาด

  • 256X173X8.6 มม. น้ำหนัก 595 กรัม

แบตเตอรี่

  • แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 7,000 mAh  

Body design

Samsung Galaxy Tab 10.1 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ชวนให้ใครหลายคนนึกถึง iPad 2 อยู่ไม่น้อยด้วยการใช้งานหน้าจอด้านหน้าขนาด 10.1 นิ้วแบบกระจกและขอบตัวเครื่องสีดำสนิทไม่มียี่ห้อหรือโลโก้ใดๆแปะอยู่

ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆใกล้เคียงกับแม็กกาซีนเล่มบางสักฉบับ ส่วนเวลาหยิบจับขึ้นมาใช้งานแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันมีน้ำหนักเบามากๆ ซึ่งจริงๆแล้วก็เบาเสียยิ่งกว่า iPad 2 อีกแหนะ

ด้านบนตัวเครื่องนั้นไร่เรียงกันมาจากซ้ายไปขวาประกอบด้วยปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และสล็อตใส่ SIM การ์ด

ทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องจะเป็นแบบเรียบๆไม่มีอะไรอื่นนอกเหนือจากช่องลำโพงแบบสเตอริโอทั้ง 2 ด้านเท่านั้น

ส่วนทางด้านล่างนั้นมีเพียงช่องเสียบสาย dock connector เพียงพอร์ตเดียวและรูไมโครโฟนเท่านั้น

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นวัสดุแบบพลาสติกสีขาว น้ำหนักเบา ปะยี่ห้อโลโก้ Samsung ไว้กลางลำตัว ขยับขึ้นมาทางด้านบนอีกนิดก็จะเป็นตำแหน่งของกล้องพร้อมแฟลช LED วางเอาไว้ตรงกลางเลย

โดยในงานเปิดตัว Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นได้มีการนำอุปกรณ์เสริมอย่าง keyboard dock มาเปิดตัวกันภายในงานด้วย โดยจะเป็นแท่นตั้งคีย์บอร์ดสำหรับเสียบตัวเครื่องลงไปใช้งานผ่านพอร์ต connector ซึ่งก็น่าจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ชื่นชอบ physical keyboard ได้เป็นอย่างดี

TechXcite ติชม

Design

Samsung Galaxy Tab 10.1 บางและเบาเพียง 595 กรัมสูสีกับ iPad 2 บอกได้คำเดียวเลยว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 จะเป็นแทบเลต Android 3.0 Honeycomb ที่มีหน้าตาและผิวพรรณเปล่งปลั่งที่สุดแล้วในเวลานี้แล้ว

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ minimalist นั้นถือว่าได้ใจเราไปเต็มๆเพราะ Samsung Galaxy Tab 10.1 มาพร้อมกับความเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันของตัวเครื่อง โดยทางซัมซุงได้ตัดปุ่มต่างๆรอบตัวเครื่องออกไปเหลือเพียงแค่ปุ่ม power และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกได้จริงๆว่าสามารถใช้ตัวเครื่องในลักษณะหรือมุมไหนก็ได้แบบไม่เห็นความแตกต่างกัน

- ฝาหลังยังใช้งานวัสดุแบบพลาสติกเหมือนกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนๆหน้านี้ของทาง Samsung  เอง ถ้าเปลี่ยนเป็นโลหะได้เหมือน iPad 2 ละก็รับรองได้ว่าจะยิ่งเซ็กซี่กว่านี้แน่ๆ

- หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นมีความคล้ายคลึงกับของ iPad 2 อยู่ 2 ประการนั่นก็คือมันไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่นักเมื่อต้องสู้แสงแดดโดยตรงเพราะจอจะมัวลงไปพอสมควร ขณะเดียวกันหน้าจอยังเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายเหมือนกันอีกต่างหาก ทว่าข้อดีของจอใน Samsung Galaxy Tab 10.1 ที่โดนใจเราเป็นอย่างยิ่งก็คือสีสันอันจัดจ้านสะใจ, คอนทราสต์สูง และมุมในการมองหน้าจอที่กว้างขวางดีทีเดียว

OS & Interface

Samsung Galaxy Tab 10.1 ถือได้ว่าเป็นแทบเลตบนระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb รายแรกๆที่จะนำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเรา โดยแพลตฟอร์มเวอร์ชันนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้งานกับแทบเลตนั่นเองซึ่งคุณจะเห็นได้ว่าเลย์เอาต์และอินเตอร์เฟซของ Android 3.0 นั้นอาศัยประโยชน์จากความกว้างขวางของหน้าจอแทบเลตกันอย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นแถบ Action bar สำหรับการเข้าถึงออปชั่นต่างๆได้โดยตรงจากหน้าจอหลัก, หน้าต่าง Home screen ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจคุณ (เวอร์ชัน 3.1 จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งขนาด widget ได้อีกต่างหาก) ด้วยลูกเล่น live widget ทั้งขนาดเล็กใหญ่ต่างๆกันถึง 5 หน้า รวมถึงแถบ app tray ที่คุณสามารถตรวจสอบแอพพลิเคชันที่เพิ่งเปิดไปและใช้งาน Multitasking ได้ง่ายๆอีกด้วย

- อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่เคยใช้งานแอนดรอยด์มาก่อน หรือแม้กระทั่งสาวกแอนดรอยด์จากเวอร์ชันสมาร์ตโฟนเองก็ยังถึงกับบงงเป็นไก่ตาแตกเลยทีเดียวกับอินเตอร์เฟซอันสุดซับซ้อนของ Android 3.0 Honeycomb ซึ่งต้องใช้เวลาศึกษากันนานทีเดียว (อันนี้ฟังมาจากหลายคนที่บ่นกันในงาน CEmart 2011 ที่ผ่านมานะ) และนั่นอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายคนยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกใช้ Android 3.0 หรือ iOS ที่มีความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากกว่านั่นเอง

Performance

Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นก็เป็นแทบเลตอีกหนึ่งรุ่นในปัจจุบันที่ใช้งานชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Dual Core จาก NVIDIA Tegra 2 ที่มีความสามารถในการทำงานต่างๆที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แม้จะยังมีอาการแล็กให้เห็นอยู่เนืองๆอันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb ที่ยังไม่เสถียรนัก ซึ่งทาง Samsung ประกาศออกมาแล้วว่าในGalaxy Tab 10.1 รุ่นที่จะออกวางตลาดจริงจะมาพร้อมกับ Android 3.1 เวอร์ชันอัพเดตล่าสุดที่จะมีการแก้ไขบั๊กและความผิดพลาดเหล่านี้ออกไปจนหมดสิ้น ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาอาการแล็กได้พอสมควรเลยทีเดียว

- ผลคะแนนการทดสอบค่า benchmark ของ Samsung Galaxy Tab 10.1

- สำหรับ Samsung Galaxy Tab 10.1 รุ่นที่เราได้มาเทสต์กันนั้นเป็นรุ่นความจุ 16GB ซึ่งถือว่าแปลกจากธรรมเนียมของค่ายซัมซุงอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ใส่สล็อต microSD เพิ่มเติมมาให้ด้วย ทำให้คนที่เคยใช้งาน Samsung Galaxy Tab รุ่นก่อนหน้านี้อาจจะรู้สึกว่าเครื่องเต็มความจุเร็วขึ้นกว่าเดิมหากใส่ไฟล์หนังหรือรูปใหญ่ๆเข้าไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ดีเราได้รับแจ้งมาจากทางซัมซุงแล้วว่าเครื่องที่เราได้รับมาเทสต์กันนั้นยังเป็นรุ่นโปรโตไทป์อยู่ ขณะที่ในส่วนของ Samsung Galaxy Tab 10.1รุ่นที่จะออกวางจำหน่ายจริงในอนาคตนั้นจะมีสล็อต microSD มาให้ด้วย โดยจะวางตำแหน่งอยู่ใกล้ๆกับช่องใส่ซิมการ์ดนั่นแหละครับ

Battery

- แม้ตัวเครื่องจะมีความบางได้ใจ แต่ก็เช่นเดียวกับ iPad 2 ที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยไม่ได้ตัดทอนส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป โดย Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องราว 10 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ความจุ 7,000mAh ภายในตัวเครื่องของมันเอง ขณะที่หากวัดกันจากรับชมไฟล์ภาพยนตร์แบบต่อเนื่องแล้วSamsung Galaxy Tab 10.1 สามารถทำได้ราว 7 ชั่วโมง (ขณะที่ iPad 2 ทำได้ถึง 10 ชั่วโมงเศษๆ)

- อย่างไรก็ตามปัญหาที่ยังพบอยู่ใน Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นก็คือการรั่วไหลออกไปของพลังงานแบตเตอรี่แม้แต่ในเวลาที่แสตนด์บายเครื่องเอาไว้ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Galaxy Tab 10.1 นั้นสั้นลงกว่า iPad 2 อยู่พอสมควร ซึ่งคาดว่ารุ่นที่จะออกวางจำหน่ายจริงนั้นซัมซุงอาจมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ออกไปแล้วนั่นเอง

Web Browsing

- รูปแบบการเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่างๆภายในเครื่องนั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยภายในเครื่องมีทั้งออปชั่นระบบ Wi-Fi แบบ 2 ช่องสัญญาณความเร็ว 2.4GHz/5GHz ตลอดไปจนถึงผู้ชื่นชอบสัญญาณ 3G ก็มีเทคโนโลยี HSPA+ มาให้ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆด้วยระดับความเร็วถึง 21Mbps เลยทีเดียว

- ในส่วนการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเบราเซอร์นั้นต้องขอบอกว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 ให้ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากการนั่งเล่นเน็ตอยู่หน้าเครื่อง PC แม้แต่น้อย การท่องหน้าเว็บต่างๆสามารถทำได้อย่างรวดเร็วไม่มีติดขัดแถมยังสามารถเปิดดูพร้อมๆกันได้หลายหน้า (หรือเปิด tab) โดยไม่ต้องเสียเวลารอโหลดระหว่างสลับหน้าไปมาให้เมื่อยตุ้มอีกด้วย ที่สำคัญก็คือSamsung Galaxy Tab 10.1 นั้นรองรับแฟลชด้วยซึ่งสามารถแสดงผลได้อย่างรวดเร็วไม่มีอาการดีเลย์ให้เห็น

- คีย์บอร์ดบนหน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นให้ความรู้สึกเต็มอิ่มในการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ออกมาในทางกว้างซึ่งพื้นที่ของหน้าจอคีย์บอร์ดกินมาเกินครึ่งหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกับรูปแบบการใช้งานคีย์บอร์ดนอกพอสมควร

Application

- เช่นเดียวกับที่ผมเคยพูดเอาไว้เสมอมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปัญหาของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ก็คือแอพพลิเคชันและโปรแกรมต่างๆที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวนัก แถมยังได้รับการพัฒนามาให้ใช้งานร่วมกันกับของโทรศัพท์มือถืออีกต่างหาก (ขณะที่แอพพลิเคชันบนแทบเลตของ iPad 2 นั้นจะถูกแบ่งแยกออกมาจาก iPhone 4 อย่างชัดเจน) 

ทำให้ในเวลานี้มีแอพสำหรับแทบเลตแอนดรอยด์จริงๆอยู่ค่อนข้างน้อยมาก ยิ่งถ้าเป็นแอพพลิเคชันที่จะอาศัยขุมพลังจากชิปเซ็ต NVIDIA Tegra 2 แบบ Dual Core ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีอยู่ไม่ถึง 20 รายการด้วยซ้ำมั้ง ซึ่งดูจะเป็นการใช้งานซีพียูแบบสองคอร์ที่สูญเปล่าไปไม่น้อยเลยทีเดียว (แอพพลิเคชันแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ในเวลานี้ส่วนมากจะรันบนคอร์แรกเท่านั้นเพราะไม่มีความต้องการใช้ทรัพยากรภายในเครื่องที่มากนัก)

- นอกจากนี้แม้กระทั่งแอพพลิเคชันชื่อดังบางตัวอย่าง Facebook หรือ Twitter ก็มีอาการบั๊กแสดงผลผิดพลาดบ้างในบางครั้งกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแก้ขต่อไปในอนาคต ทว่าในส่วนของแอพพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นโดย Google เองนั้นต้องบอกว่ามีหน้าตาที่สวยงามอร่ามแท้เป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น YouTube ที่เฉี่ยวไฉไลได้ใจไปเต็มๆ, Google Map แสดงผลผ่านหน้าจอแบบกว้างแล้วรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่งแถมยังให้อารมณ์คล้ายกับ GPS อีกด้วย เช่นเดียวกับ Google Mail ที่แม้จะเรียบๆแต่ก็สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆได้ง่ายยิ่งนัก

Multimedia

- สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนตร์แบบเต็มตาตื่นใจบนแทบเลตแล้ว ห้ามพลาด Samsung Galaxy Tab 10.1 เป็นอันขาดเพราะมันจะมาพร้อมกับหน้าจอสุดคมชัดขนาดถึง 10.1 นิ้วอัตราส่วน 1280*800 พิกเซลพร้อมรองรับไฟล์หนังแบบ Full HD นอกจากนี้ลำโพงคู่แบบ stereo สองช่องทางยังช่วยให้การรับฟังเพลงหรือภาพยนตร์มีมิติและอรรถรสมากขึ้นอีกด้วย

- สิ่งที่น่าช็อคเป็นอย่างยิ่งสำหรับแทบเลตระดับท็อปเช่นนี้ก็คือการที่ซัมซุงไม่ได้ใส่พอร์ต USB และ HDMI มาให้ในSamsung Galaxy Tab 10.1 ด้วย! ซึ่งหากคุณต้องการใช้ฟังก์ชั่นการใช้งานเหล่านี้แล้วก็อาจจะต้องหันไปหาอุปกรณ์เชื่อมต่อที่รองรับกับระบบ Bluetooth แทนเช่่นเมาส์บลูทูธเป็นต้น

- แน่นอนว่าจุดขายสำคัญของแทบเลตที่ใช้งานซีพียูแบบ Dual Core ทั้งหลายก็คือการรองรับการเล่นเกมส์กราฟฟิกสามมิติเต็มรูปแบบนั่นเอง ซึ่งจากที่เราได้ลองเทสต์การเล่นเกมส์ Angry Birds และ Samurai Vengeance ใน Samsung Galaxy Tab 10.1 แล้วพบว่าเกมส์สามารถประมวลผลได้เร็วและแสดงผลได้อย่างไม่มีอาการกระตุกปรากฏใหเห็น ซึ่งหากนำมาบวกรวมกับหน้าจอสีสันจัดจ้าแล้วเชื่อว่าคอเกมส์ทั้งหลายน่าจะเริ่มมองหา Galaxy Tab 10.1 เป็นชอยส์แรกๆสำหรับแทบเลตเพื่อการเล่นเกมส์อย่างแน่นอน

Camera

- กล้องหลังของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นให้มาแค่ 3 ล้านพิกเซลเท่านั้น ต่างกับรุ่น Google I/O Limited Edition ที่จัดเต็มถึง 8 ล้านพิกเซล ซึ่งหากจะว่าเดี๋ยวนี้แทบเลตส่วนใหญ่ก็ให้กล้อง 5 ล้านพิกเซลมาด้วยแทบทั้งนั้น แต่คาดว่าน่าซัมซุงน่าจะยอมแลกเซนเซอร์กล้องหนาเตอะให้กับความบางได้ใจของเครื่องนั่นเอง

- ที่ขัดใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการที่คุณไม่สามารถใช้งานปุ่มปรับแต่งเสียงเป็นปุ่มซูมเข้า-ออกได้นี่แหละ เพราะมันจะเพิ่มความยุ่งยากให้กับการถ่ายรูปของคุณขึ้นอีกเป็นเท่าตัวทีเดียว

- คุณภาพของงานถ่ายภาพและวิดีโอจากกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นต้องถือว่าอยู่ในระดับตามมาตรฐานทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษแต่อย่างน้อยก็ดีกว่า iPad 2 แน่ๆ โดยภาพถ่ายนั้นมีเกรนแตกบ้างตามระดับความละเอียด 3 ล้านพิกเซล (ยังดีที่มีแฟลชและระบบออโต้โฟกัสมาให้ด้วยช่วยให้การถ่ายภาพในที่มืดโอเคขึ้นเยอะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Samsung Galaxy Tab 10.1

Review Galaxy Tab 10.1

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

Review Galaxy Tab 10.1

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

Review Galaxy Tab 10.1

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

Review Galaxy Tab 10.1

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

Review Galaxy Tab 10.1

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

- อย่างไรก็ตามกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลนั้นกลับให้ภาพและวิดีโอที่คมชัดไม่น้อยทีเดียว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเล่นวิดีโอคอลให้คนที่อยู่อีกฝั่งเห็นว่าเราดูหน้าตาดีผิดปกติจากความเป็นจริง (หรือจะเป็นห้อง camfrog ก็ไม่เลวนะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Samsung Galaxy Tab 10.1 

คลิกรูปเพื่อขยายภาพ

- ขณะที่ในส่วนที่เป็นจุดขายจริงๆนั้นน่าจะอยู่ที่ไฟล์วิดีโอแบบ HD 720p ที่บันทึกด้วยกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1 มากกว่าที่มีระดับเฟรมเรตที่ลื่นไหลเหมาะสมกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงค่า distortion ต่างๆที่แทบไม่เข้ามากวนใจในไฟล์ของเราเลยแม้แต่น้อย

ตัวอย่างไฟล์วิดีโอแบบ 720p HD ที่ถ่ายจากกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1

ดาวน์โหลดดูไฟล์ต้นฉบับ

Conclusion

Samsung Galaxy Tab 10.1 ถือได้ว่าเป็นแทบเลตที่ทาง Samsung ตั้งเป้าหมายให้เป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบมากกว่าที่เป็นอุปกรณ์พกพาสำหรับการใช้งานทั่วไป (เหมือนอย่างใน Samsung Galaxy Tab 7 นิ้วรุ่นก่อน) เพื่อเข้าฟาดฟันกับคู่ปรับโดยตรงอย่าง iPad 2 อย่างเต็มรูปแบบ

ซึ่งจากการทดสอบของ TechXcite เราเชื่อว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 นี่แหละคือคำตอบสุดท้ายในการพัฒนาแทบเลตแอนดรอยด์ให้ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในปัจจุบันด้วยความสามารถที่ตอบโจทย์ได้ในหลายจุดไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์อย่างเต็มออรถรส, การรองรับเกมส์กราฟิก 3D หนักๆ, การท่องหน้าเว็บไซต์และสังคมออนไลน์ต่างๆที่รวดเร็วทันใจซึ่งถือได้ว่าเป็นความต้องการใช้งานของผู้บริโภคแทบเลตในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้

โดยทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั้นถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวมีสไตล์และยังง่ายต่อการพกพาด้วยน้ำหนักเบาสบายและขนาดที่บางเฉียบซึ่งทำให้หน้าตาของแทบเลต Android 3.0 ตัวนี้ดูมีสง่าราศีขึ้นกว่าเจ้าอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด 

ยิ่งถ้าหากทาง Samsung ทำการตลาดดีๆวางขายตัวเครื่องในราคาสวยๆที่ผู้บริโภครับได้ (ในเวลานี้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มราคาขายของ Galaxy Tab 10.1 ออกมาแต่คาดว่าเรตน่าจะอยู่ในราว 13,900-17,900 บาท) ก็น่าเชื่อเหลือเกินว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 จะก้าวขึ้นมาเป็นแทบเลตระดับท็อปของโลกและพร้อมที่จะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากลองใช้งานแอนดรอยด์แทบเลตรุ่นใหม่ๆก็เป็นได้

REFERENCES TO techxcite.com

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :